กลุ่มผู้ป่วยประเภทใดที่จำเป็นต้องได้รับอาหารสายยางการให้อาหารทางสายยาง (Tube Feeding หรือ Enteral Nutrition) เป็นวิธีทางการแพทย์ที่นำมาใช้เพื่อช่วยให้ร่างกายของผู้ป่วยได้รับพลังงาน สารอาหาร และน้ำอย่างเพียงพอ ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถรับประทานอาหารทางปากได้ตามปกติ หรือทานได้แต่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยระบบทางเดินอาหาร (กระเพาะและลำไส้) ของผู้ป่วยยังคงทำงานได้ดีอยู่ครับ
โดยทั่วไป กลุ่มผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับอาหารทางสายยาง สามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลักๆ ดังนี้ครับ:
1. กลุ่มผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการกลืน (Dysphagia) และระบบประสาท
เป็นกลุ่มที่กลไกการกลืนทำงานผิดปกติ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดภาวะอาหารหลุดเข้าหลอดลมจนปอดติดเชื้อ (ปอดบวมจากการสำลัก)
ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke): ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต ที่สูญเสียการควบคุมกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกลืน
ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมระยะรุนแรง (Severe Dementia) หรืออัลไซเมอร์: ผู้ป่วยอาจลืมวิธีการกลืนอาหาร หรือปฏิเสธการกินข้าว
ผู้ป่วยที่มีภาวะหมดสติ หรือสมองได้รับบาดเจ็บรุนแรง (Traumatic Brain Injury): ไม่รู้สึกตัว ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
2. กลุ่มผู้ป่วยที่มีรอยโรคหรือสิ่งอุดตันในทางเดินอาหารส่วนบน
กลุ่มที่ทางเดินอาหารเกิดการตีบตัน จนอาหารไม่สามารถเดินทางจากปากลงไปสู่กระเพาะอาหารได้
ผู้ป่วยมะเร็งในช่องปาก คอหอย หรือหลอดอาหาร: ก้อนเนื้ออาจโตจนอุดตันทางเดินอาหาร หรืออยู่ระหว่างการฉายรังสี/เคมีบำบัดบริเวณลำคอ ทำให้เกิดอาการอักเสบ เจ็บปวดรุนแรงจนกลืนอาหารไม่ได้
ผู้ป่วยที่ได้รับอุบัติเหตุบริเวณใบหน้าและลำคอ: เช่น กระดูกขากรรไกรหักรุนแรง หรือหลอดอาหารฉีกขาดจากสารเคมี
3. กลุ่มผู้ป่วยวิกฤต หรือผู้ป่วยระยะพักฟื้นที่ร่างกายต้องการโปรตีนและพลังงานสูง
บางครั้งผู้ป่วยสามารถกลืนได้ แต่เนื่องจากอาการป่วยทำให้ทานได้น้อยมาก ซึ่งไม่เพียงพอต่อการซ่อมแซมร่างกายที่กำลังวิกฤต
ผู้ป่วยที่มีแผลไฟไหม้รุนแรง (Severe Burns) หรืออุบัติเหตุหลายระบบ: ร่างกายจะเกิดภาวะเครียด (Metabolic Stress) และต้องการพลังงานกับโปรตีนสูงกว่าคนปกติหลายเท่าเพื่อสมานแผล
ผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis): ร่างกายอ่อนเพลียมากและต้องการโภชนบำบัดที่เข้มข้นเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน
4. กลุ่มผู้ป่วยเด็กที่มีความผิดปกติในการเจริญเติบโต
เด็กทารกที่คลอดก่อนกำหนดมาก: กล้ามเนื้อในการดูดและกลืนนมยังพัฒนาไม่สมบูรณ์
เด็กที่มีโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด หรือโรคปอดเรื้อรัง: ร่างกายต้องใช้พลังงานในการหายใจและสูบฉีดเลือดสูงมาก ทำให้เหนื่อยง่ายจนกินนมหรืออาหารได้ไม่พอ ส่งผลให้เติบโตช้าผิดปกติ (Failure to Thrive)