ผู้เขียน หัวข้อ: การลดความเสี่ยง จากการให้อาหารสายยาง  (อ่าน 9 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 804
    • ดูรายละเอียด
การลดความเสี่ยง จากการให้อาหารสายยาง
« เมื่อ: 22 กุมภาพันธ์ 2026, 16:29:41 pm »
การลดความเสี่ยง จากการให้อาหารสายยาง

การลดความเสี่ยงจากการให้อาหารทางสายยาง คือหัวใจสำคัญของการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงอย่าง ปอดอักเสบจากการสำลัก หรือ การติดเชื้อในกระแสเลือด ครับ

แนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยสูงสุด แบ่งเป็น 4 ด้านหลักครับ:

1. ลดความเสี่ยง "การสำลัก" (Aspiration Risk)

ภาวะนี้อันตรายที่สุด และพบบ่อยที่สุดในผู้ป่วยติดเตียงครับ

จัดท่าทาง: ต้องยกหัวเตียงสูง 30-45 องศา เสมอขณะให้ และคงท่านั้นไว้หลังให้อีก 1 ชั่วโมง

เช็กอาหารค้าง: ดูดเช็กอาหารที่เหลือในกระเพาะก่อนมื้อถัดไป หากเหลือเกิน 150 ml ให้เลื่อนมื้ออาหารออกไปก่อน

สังเกตอาการ: หากผู้ป่วยไอระหว่างให้ หน้าเขียว หรือหายใจหอบ ให้ หยุดให้ทันที และรีบดูดอาหารที่ค้างในคอออก


2. ลดความเสี่ยง "การติดเชื้อ" (Infection Control)

อาหารสายยางเป็นแหล่งเพาะเชื้อชั้นดีหากรักษาความสะอาดไม่พอ

ความสะอาดอุปกรณ์: ล้างไซริงค์และภาชนะด้วยน้ำยาล้างจานให้สะอาด และ ลวกน้ำร้อน ทุกครั้ง ผึ่งให้แห้งในที่สะอาด

ความสดใหม่: อาหารปั่นผสมต้องเก็บในตู้เย็นและ ห้ามทิ้งไว้เกิน 24 ชั่วโมง หากวางไว้อุณหภูมิห้องเกิน 2 ชั่วโมงควรทิ้งทันที

ดูแลช่องปาก: แม้ผู้ป่วยไม่ได้ทานทางปาก แต่ต้องแปรงฟันหรือเช็ดทำความสะอาดเหงือกและลิ้นวันละ 2 ครั้ง เพื่อลดเชื้อโรคในน้ำลายที่จะไหลลงปอด


3. ลดความเสี่ยง "สายอุดตัน" (Tube Occlusion)

หากสายตัน ผู้ป่วยต้องไปโรงพยาบาลเพื่อเปลี่ยนสายใหม่ซึ่งสร้างความเจ็บปวด

Flush น้ำ: ฉีดน้ำต้มสุก 30-50 ml ทั้งก่อนและหลังให้อาหาร/ยาทุกครั้ง

ยาต้องบดละเอียด: บดยาเม็ดให้เป็นผงละเอียดที่สุดและละลายน้ำจนใส ไม่มีเศษยาตกตะกอน

กรองอาหาร: อาหารปั่นเองต้องกรองผ่านตะแกรงตาถี่ 2 รอบเสมอ


4. ลดความเสี่ยง "แผลกดทับและสายเลื่อน" (Skin & Tube Care)

สลับตำแหน่งติดพลาสเตอร์: เปลี่ยนที่ติดพลาสเตอร์ที่จมูกทุก 1-2 วัน เพื่อไม่ให้ปีกจมูกเป็นแผลกดทับ

เช็กตำแหน่งสาย: สังเกต "ขีด" บนสายยางว่าเลื่อนออกมาจากเดิมหรือไม่ หากสายเลื่อนออกมามาก ห้ามดันกลับเองเด็ดขาด เพราะสายอาจเข้าไปในหลอดลมได้

📊 เช็คลิสต์ความปลอดภัย (Safety Checklist)

สิ่งที่ต้องทำทุกมื้อ                    เหตุผล

ล้างมือ 7 ขั้นตอน            ป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย
ดูดเช็กลม/อาหารค้าง   ตรวจสอบว่ากระเพาะพร้อมรับอาหารใหม่หรือไม่
เช็กอุณหภูมิอาหาร           อาหารต้องไม่เย็นจัดหรือร้อนจัด (อุ่นพอดี)
พับสายทุกครั้งที่เปลี่ยนจุก   ป้องกันลมเข้าท้อง ซึ่งทำให้ท้องอืดและอาเจียน

💡 เคล็ดลับ

หากคุณพบว่าผิวหนังรอบสายยาง (กรณีให้ทางหน้าท้อง) มีรอยแดง หรือผู้ป่วยเริ่มถ่ายเหลวติดต่อกันหลายครั้ง ควรจดบันทึกไว้และรีบปรึกษาพยาบาลเยี่ยมบ้าน หรือแพทย์เจ้าของไข้ทันทีครับ ไม่ควรปรับสูตรอาหารเองโดยพลการ

 

ลงประกาศฟรี ติดอันดับ Google โฆษณาฟรี ประกาศฟรี ขายฟรี ลงประกาศขายบ้าน ขายที่ดิน ขายคอนโด ขายรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าอุตสาหกรรม อาหารเสริม เครื่องสำอางค์ สถานที่ท่องเที่ยว ลงโฆษณาฟรี google